Page 6 - <4D6963726F736F667420576F7264202D20C7D1B9B7D5E8203120CAD4A7CBD2A4C12032353539>
P. 6
Student Guide หน้า 3
ลักษณะของประเทศในการแนะนํา การดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ตามหลักการของ One health ซึ่งจําเป็นต้องอาศัย
ความร่วมมือทั้งในระดับ ระหว่างประเทศ ภูมิภาค ระดับประเทศ และในระดับพื้นที่ด้วย
ในปีพ.ศ. 2554 มีการประกาศเจตจํานงสุขภาพหนึ่งเดียว ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ
รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม มีความ
ตระหนักถึงความสําคัญและความจําเป็นของแนวคิดเรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว มีการร่วมมือกันเป้นเครือข่าย พัฒนางานด้าน
สุขภาพหนึ่งเดียว และเพื่อเป็นการทํางานร่วมกันตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ส่วนรวมสูงสุด
ในปีพ.ศ.2555 โดยสํานักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการนําแนวคิด one health มาใช้ใน
แผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ.2556-2559) โดยอยู่ในส่วนของ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 “พัฒนาระบบ เฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว” โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อให้หน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทั้งภาคสุขภาพคน สัตว์ สัตว์
ป่า และสิ่งแวดล้อม มีความร่วมมือกันด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการ ภายใต้
แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) รวมทั้งเพื่อให้หน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องมี
ศักยภาพการเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพ
ประวัติ One Health ในประเทศไทย
รศ.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ นักบริหารผู้บุกเบิก แนวความคิด ”สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)”
คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เลขาธิการและผู้ประสานงานเครือข่ายสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO TROPMED : Southeast Asian Ministers of Education Organization) การมีบทบาทใน
องค์การอนามัยโลกสาขาประเทศไทย เป็นผู้ประสานงานในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพในกรณีที่เกิดปัญหาสุขภาพใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทสําคัญในการผลักดันและปฏิบัติงานตามแนวความคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว (One
Health)” ในประเทศไทย
“One Health ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็น concept ที่ศาสตร์ทุกศาสตร์ต้องทํางานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
ในอดีตเราจะเห็นว่า แต่ละศาสตร์เราทํางานของตนเองตลอดเวลาโดยที่ไม่ไปมองถึงศาสตร์ด้านอื่น ดังนั้นการที่เราจะแก้ปัญหา
ที่มีปัจจัยหลายด้านเข้ามาประกอบด้วย ก็จะแก้ได้ไม่สําเร็จ ฉะนั้นผมคิดว่าแนวความคิด
One Health จะเป็นการเข้าถึงปัญหา โดยมี transdisciplinary action คือ มีศาสตร์หลายๆ ศาสตร์มาทํางานร่วมกัน เพื่อ
วัตถุประสงค์เดียวกัน ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การที่เราจะมีสิ่งที่เรียกว่า “การบูรณาการข้ามศาสตร์”ไม่ใช่เรื่องง่าย คนหนึ่งคนมักจะสะสมประสบการณ์ความรู้
ความสามารถ จนเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง แต่มักจะรู้แต่สิ่งที่อยู่ในศาสตร์ของตนเองเท่านั้น ในการที่เราจะสร้างยุทธศาสตร์
หรือการบูรณาการข้ามศาสตร์ขึ้นมาสิ่งเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรคมาก หนึ่งเพราะการศึกษาของบ้านเรายังขาดการสอนให้เรามอง
ในมิติของศาสตร์อื่น มองปัญหาให้เป็นมิติหลายมิติ หลายมุมมองไม่ใช่มองปัญหาแบบแบนราบเห็นปัญหาจากด้านเดียว ดังเช่น
ปัญหาด้านสุขภาพ หากเรามองก็จะเห็นว่า แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะคิดไปถึงเรื่องการรักษามากกว่าเรื่องของการป้องกัน แพทย์จะ
มองแต่ปัญหานั้นๆ แล้วรักษา ซึ่งแพทย์ก็ยังไม่เข้าใจว่าทาง clinical จะเป็นการมองในระดับบุคคล ระบบสาธารณสุขก็จะมอง
ในด้านของประชากร แต่ถ้าเรามองแบบ One Health มองแบบสุขภาพหนึ่งเดียว มันจะมากกว่าเรื่องของสาธารณสุข ถ้าเรา

