Page 59 - <4D6963726F736F667420576F7264202D20C7D1B9B7D5E8203120CAD4A7CBD2A4C12032353539>
P. 59
Student Guide หน้า 56
1. ความคงทนถาวร (Permanence) เป็นการอธิบายถึงตนเองด้วยความเชื่อที่ว่า สาเหตุของ
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นถาวร (Permanence) หรือเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นชั่วคราว
(Temporary) หากเป็นเหตุการณ์ที่ดีคนที่มีความคิดเชิงบวกจะเชื่อว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น มาจาก
สาเหตุที่คงทนถาวร แต่คนที่มีความคิดเชิงลบจะเชื่อว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว
เช่น คิดว่าเกิดจากอารมณ์ และความพยายามในขณะนั้น คนที่มองโลกในแง่ร้าย จึงอาจจะล้มเลิกเมื่อประสบ
ความส าเร็จ เนื่องจากเชื่อว่าความส าเร็จนั้น เป็นเรื่องของความบังเอิญหากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดี คนที่มี
ความคิดเชิงบวกจะเชื่อว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว จึงท าให้บุคคลในกลุ่มนี้ไม่ย่อ
ท้อต่ออุปสรรค แต่คนที่มีความคิดในเชิงลบ จะยอมแพ้ต่ออุปสรรคได้อย่างง่ายดาย เพราะเชื่อว่า สิ่งที่ไม่ดีที่
เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างคงทนถาวรตลอดไป
2. ความครอบคลุม (Pervasiveness) เป็นการอธิบายถึงตนเองด้วยความเชื่อที่ว่า สาเหตุของ
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น มีความเฉพาะ (Specific) หรือเป็นสิ่งสากลทั่วไป (Universal) หากเป็น
เหตุการณ์ที่ดี คนที่มีความคิดเชิงบวก จะเชื่อว่าสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสิ่งสากลทั่วไป แต่คนที่มอง
โลกในแง่ร้าย จะเชื่อว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่มีความเฉพาะ เช่น การได้เลื่อน
ต าแหน่ง คนที่มีความคิดในเชิงบวกจะคิดว่าหากท างานให้ดีและมีประสิทธิภาพก็จะมีความเจริญก้าวหน้าใน
หน้าที่การท างานซึ่งเป็นสิ่งสากลทั่วไป แต่คนที่มีความคิดเชิงลบ จะคิดว่าเพราะฉันเก่งฉันจึงได้ดี ซึ่งเป็นการคิด
ที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ผลที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุเฉพาะกับตนเองเท่านั้นหากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดี คนที่มี
ความคิดเชิงบวก จะเชื่อว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นเฉพาะกับเหตุการณ์นั้นเท่านั้น
แต่คนที่มีความคิดในเชิงลบจะเชื่อว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น เป็นสาเหตุที่สากลทั่วไป และสามารถ
เกิดขึ้นได้ในทุกโอกาส เช่น ถ้าเกิดการทะเลาะกันกับเพื่อนคนที่มีความคิดเชิงบวกจะคิดว่าวันนี้ที่เกิดเรื่อง
ทะเลาะกัน เพราะเพื่อนอารมณ์ไม่ดีหรือเขาคงไม่ชอบใจที่ฉันไปพูดเรื่องนี้ขึ้น ส่วนคนที่คิดในเชิงลบจะคิดว่าไม่
มีใครชอบฉันเลยหรือเพื่อนชอบมาหาเรื่องฉันอยู่เรื่อยแบบนี้ทุกครั้งไป
3. ความเป็นตนเอง (Personalization) เป็นการอธิบายถึงตนเองด้วยความเชื่อที่ว่า สาเหตุของ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดมาจากตนเอง (Internal) หรือมาจากสาเหตุภายนอกตนเอง (External) หรือจาก
คนอื่นหากเป็นเหตุการณ์ที่ดี คนที่มีความคิดเชิงบวกจะเชื่อว่าสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น มีสาเหตุมาจาก
ตนเอง แต่คนที่มีความคิดเชิงลบจะเชื่อว่าสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นมีสาเหตุมาจากภายนอกตนเอง เช่น
ไปสมัครงานแล้วได้งานท า คนที่มีความคิดเชิงบวก จะคิดว่าเพราะตนเองสมัครงานตรงตามสาขาที่เรียนมาและ
ตรงตามความต้องการของบริษัทแต่คนที่มีความคิดเชิงลบ จะคิดว่าเพราะตนเองดวงดีหรือโชคดี ซึ่งเป็นสาเหตุ
จากภายนอกตนเองหากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดี คนที่มีความคิดเชิงบวกจะเชื่อว่าสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสาเหตุภายนอกตนเอง โดยวิเคราะห์จากเหตุการณ์ตามความจริงเพื่อรักษาความภาคภูมิใจ
ในตนเอง แต่คนที่มีความคิดเชิงลบ จะต าหนิตนเองว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตนเอง ดังนั้นเมื่อประสบความ
ล้มเหลว จะก่อให้เกิดความรู้สึกด้อยคุณค่าในตนเอง เช่นแม่บ้านที่ท าขนมเค้กทานเองแล้วไม่อร่อย คนที่มี
ความคิดเชิงบวกจะคิดว่าการที่ขนมเค้กไม่อร่อยเพราะวัสดุที่ใช้ด้อยคุณภาพ ส่วนคนที่มีความคิดเชิงลบ จะคิด
ว่าตนเองไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ อาจคิดต่อไปว่าเลิกท าดีกว่า

