Page 58 - <4D6963726F736F667420576F7264202D20C7D1B9B7D5E8203120CAD4A7CBD2A4C12032353539>
P. 58
Student Guide หน้า 55
3. ให้นิสิตกลุ่มน าเสนอมุมมองการคิดของตนในฐานะที่เป็นตัวละครนั้น ต่อกลุ่มใหญ่ รวมทั้งวิเคราะห์ว่า ความขัดแย้งที่
เกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น เกิดความคิดที่ไม่เป็นเชิงบวกอย่างไรบ้าง และส่งผลกระทบอย่างไร (30 นาที)
4. ให้นิสิตศึกษาใบความรู้ เรื่อง การคิดเชิงบวก (Positive Thinking) (10 นาที)
5. ให้นิสิตแต่ละกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์เดิม โดยปรับเปลี่ยนมุมมองการคิดต่อสถานการณ์ให้มี
ความเป็นบวกมากขึ้น และพิจารณาว่า หากตัวละครในสถานการณ์ A และ B มีการคิดเชิงบวกต่อสถานการณ์นั้น จะ
ส่งผลกระทบที่ดีขึ้นอย่างไร (20 นาที)
6. ให้นิสิตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงสิ่งที่ได้รับในชั้นเรียน รวมทั้งบอกแนวทางที่นิสิตจะน าไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจ าวัน (20 นาที)
การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
- การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน จากการตอบค าถาม และระดมสมองในกลุ่ม
- ค าตอบจากใบกิจกรรม
ใบความรู้
การคิดเชิงบวก (Positive Thinking)
การคิดเชิงบวก (Positive Thinking) เป็นการมองสถานการณ์หรือ
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงและถูกต้องแน่นอนเข้าใจถึงพื้นฐาน
ของปัญหาและรู้ว่าปัญหาในแต่ละอย่างนั้น มีสาเหตุได้หลายอย่างต่างๆ กันเป็น
พื้นฐานที่ท าให้ตนมีความหมายและเพียรพยายามอดทนต่อไปได้เมื่อพบ
อุปสรรคไม่โทษตัวเองเกินไปและไม่โทษผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อปัญหานั้น
และพยายามหาหนทางแก้ไขโดยไม่ย่อท้อ
ความส าคัญของการคิดเชิงบวก
1. ช่วยให้คิดแต่ในด้านที่ดีไม่คิดในด้านร้ายที่ท าให้เกิดความกังวลโดยไม่จ าเป็น
2. ช่วยให้กล้าคิดกล้าฝันก่อนว่าจะเป็นไปได้จึงจะเป็นไปได้ในชีวิตจริง
3. ท าให้เห็นความดีของตนเองผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นความสุขใจมากกว่าความทุกข์ใจ มีเพื่อน
มากกว่ามีศัตรู มีสุขภาพแข็งแรงมากกว่าโรคภัยไข้เจ็บ
4. สามารถเพิ่มคุณค่าให้แก่ชีวิตได้ในทุกด้านเพียงแต่เราจะต้องเริ่มต้นและฝึกหัดจากสิ่งที่ใกล้ตัวเราใน
ชีวิตประจ าวัน เมื่อฝึกบ่อยๆ เข้า เราก็จะเห็นโอกาสและสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม
วิธีการคิดเชิงบวก
ในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของบุคคลจากการบรรยายตนเองนั้นสามารถบ่งบอกได้ว่า เรามี
มุมมองชีวิตในลักษณะใดเป็นการมีความคิดเชิงบวก (มองโลกในแง่ดี) หรือการมีความคิดเชิงลบ (มองโลกในแง่
ร้าย) ซึ่งจะเป็นสิ่งส าคัญในการก าหนดการพูดและการกระท าคนที่มีความคิดเชิงบวกและความคิดเชิงลบจะมี
การรับรู้เหตุการณ์แตกต่างกันตามลักษณะเหตุการณ์รูปแบบที่ผู้คนใช้ในการอธิบายตนเอง เมื่อต้องเผชิญหน้า
กับเหตุการณ์ต่างๆ ประกอบด้วยมิติที่ส าคัญ 3 มิติ ดังนี้

